Header Ads

Header ADS

อบก. จัดพิธีลงนาม MOU ภายใต้โครงการ "การพัฒนาแนวทางลดก็าซเรือนกระจกระดับจังหวัด"


กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการ "การพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด" รหว่าง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีนางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยดร.คุรุจิต นาครทรรพ ประธานองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมเป็นสักขีพยาน

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้ดำเนินโครงการ "การพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด" มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด วิเคราะห์มาตรการที่สามารถเป็นไปได้ในการลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งจัดทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมกับบริบทของจังหวัด ซึ่งจะเป็นประโยชน์และช่วยสนับสนุนแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัด ช่วยพัฒนาด้านการปรับปรุงแผนและตัวชี้วัดการพัฒนาจังหวัดให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตัวชี้วัดการเติบโตสีเขียว ทั้งในภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง อยก. ได้ดำเนินการโครงการจังหวัดต้นแบบไปแล้ว จำนวน 4 จังหวัด ในปีงบประมาณ 2559 และ 2560 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสงขลา ทั้งนี้เพื่อช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ

ในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 มีจังหวัดสนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 5 แห่ง ไดแก่

● ดำเนินการเต็มรูปแบบ

1) จังหวัดน่าน
2) จังหวัดอุดรธานี
2) จังหวัดสระบุรี
4) จังหวัดสมุทรปราการ

● สนับสนุนด้านวิชาการ (การจัดทำรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด)

5) จังหวัดสตูล

นางประเสริฐสุข จามรมาน ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้กล่าวก่อนที่จะมีพิธีลงนามฯ ว่า "ปีที่ผ่านมาเป็นอีกปีหนึ่งที่สถานการณ์ภาวะโลกร้อนยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีการทำลายสถิติหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นปีที่โลกร้อนที่สุด อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนผืนแผ่นดินเท่านั้น เพราะอุณหภูมิของมหาสมุทรหลายแห่งก็ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน และผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนและสร้างความวิตกกังวลมากที่สุดก็คือ ปรากฏการณ์ฟอกขาวครั้งใหญ่ของแนวปะการัง Great Barrier Reef ในออสเตรเลีย ที่ได้ชื่อว่าเป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอื่น เช่น แผ่นน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือในช่วงฤดูร้อนเริ่มหายไป ขณะที่แผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ ขั้วโลกใต้ละลายเป็นบริเวณกว้าง เกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อน ภาวะแห้งแล้ง และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่

ส่วนระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจก ในชั้นบรรยากาศซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา ซึ่งในปี 2016 ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแอนตาร์กติกา ได้ทะลุ 400 ส่วนต่อล้านส่วนเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ล้านปี โดยแอนตาร์กติกานั้น ถือเป็นพื้นที่สุดท้ายในโลกที่เหลืออยู่ที่ค่าคาร์บอนไดออกไซด์ยังไม่เกินระดับ 400 ส่วนต่อล้านส่วน ขณะที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อาจจะไม่มีทางลดลงกลับมาต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้อีกเลย

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนับเป็นวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่สำคัญและอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงตามมาอย่างต่อเนื่อง

อบก. ได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อมาสนับสนุนในการจัดทำโครงการ "การพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด" นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการลดก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์อื่น ๆ ติดตามมา โดยเฉพาะ การทราบปริมาณก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตจังหวัด และเกิดแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีความเหมาะสมกับบริบทของจังหวัดต่อไป"

"ขอขอบคุณ ผู้แทนจังหวัดน่าน จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสระบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสตูล ที่เข้าร่วมโครงการ "การพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด" ที่จะมีการลงนามในบันทึกความร่วมมือการดำเนินโครงการกันในวันนี้ จังหวัดของท่านจะเป็นแบบอย่างให้จังหวัดอื่น ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันต่อไป และเชื่อว่ายังมีอีกหลายจังหวัดที่มีกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจก แต่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ดิฉันขอชื่นชมทุกจังหวัดที่ได้มีการดำเนินการดังกล่าว พวกท่านเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สมควรได้รับการเชิดชูและเป็นแบบอย่างให้จังหวัดอื่น ๆ ได้ดำเนินการต่อไป ตามสถานภาพและความเหมาะสมของแต่ละจังหวัด" ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. กล่าว

No comments

Powered by Blogger.