Header Ads

Header ADS

องค์การเภสัชกรรม ดึง ปตท. ร่วมศึกษาเตรียมการสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง


องค์การเภสัชกรรม ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลง "โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ทางยา" เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางยา ให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้น ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ พึ่งพาตนเองได้

วันนี้ (23 มกราคม 2561) เวลา 14.00 น. ที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมชั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในพิธีบันทึกข้อตกลงระหว่าง องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตสารออกฤทธิ์ทางยา (Active Pharmaceutical Ingredient: API) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตยา เสริมสร้างความมั่นคง และยกระดับอุตสาหกรรมยาของไทยให้ทัดเทียมสากล อันก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมแก่คนไทย และประเทศไทย

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่อไปว่า ในปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการในประเทศไทยผลิตยารักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งจำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อป้องกันผู้ปฏิบัติงานและสิ่งแวดล้อมภายนอก นอกจากนั้นยารักษาโรคมะเร็งบางประเภทยังต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตชั้นสูงในการผลิตด้วย ดังนั้น อภ. ในฐานะเสาหลักด้านยาและเวชภัณฑ์ของประเทศ มีความพร้อมทั้งทางด้านการวิจัย พัฒนา การผลิต รวมถึงมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านยามายาวนาน และมีเครือข่ายจากต่างประเทศที่จะร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต จึงได้เริ่มเดินหน้าศึกษาวิจัยพัฒนายาในกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งอย่างจริงจัง และมีแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งขึ้นเป็นการเฉพาะ โดย อภ. มุ่งเน้นการผลิตยารักษาโรคมะเร็งได้ในทุกกลุ่มการผลิตทั้งยาเคมีบำบัดชนิดเม็ดและฉีด (Chemotherapy) ซึ่งเป็นยาพื้นฐานในการรักษาโรคมะเร็งที่สามารถออกฤทธิ์ต่อร่างกาย และยารักษาแบบเฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted Therapy) ทั้งยาเคมีชนิดเม็ดและยาฉีดชีววัตถุคล้ายคลึงประเภท Monoclonal antibodies (Biosimilar) เพื่อให้มียาครอบคลุมการรักษาทุกกลุ่มโรคมะเร็งปัจจุบัน ดังนั้นการที่ อภ. สามารถสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งได้ด้วยตนเองในประเทศนั้น จะสามารถลดราคายาลงได้มากกว่า 50% ซึ่งเป็นการลดภาระด้านยาในระบบสาธารณสุขของประเทศ และผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ทั่วถึงมากขึ้น นอกจากนั้น ยังถือว่าเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพือให้ประเทศมีความมั่นคงด้านยาและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในอนาคต

ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมชั้นปราย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากแผนงานของ อภ. ในเรื่องการสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายยารักษาโรคมะเร็ง รวมถึงการเล็งเห็นความสำคัญของการผลิตสารออกฤทธิ์ทางยานั้นสอดคล้องกับพันธกิจของ ปตท. ในการดูแลสังคมและชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น ปตท. จึงพร้อมที่จะร่วมมือและสนับสนุน อภ. โดยจะใช้ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเชิงวิศวกรรม การบริหารโครงการ และการก่อสร้างโรงงาน รวมถึงข้อมูลความรู้ด้านการดำเนินธุรกิจพลังงานครบวงจรมาช่วยขับเคลื่อนโครงการฯ นี้ให้สำเร็จลุล่วง เพราะการสนับสนุนให้เกิดการผลิตยาได้เองภายในประเทศนี้ นอกจากจะช่วยให้การพัฒนายาเป็นไปอย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงยารักษาโรคได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

"ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจยาที่ยาวนานของ อภ. ผนวกกับความชำนาญทางวิศวกรรมการผลิตและเดินเครื่องโรงงานผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงของ ปตท. จะช่วยพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตยาโดยรวมของประเทศไทยให้ทัดเทียมสากล สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศตามนโยบายของประเทศไทย 4.0 และรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายอรรถพล กล่าว

No comments

Powered by Blogger.