Header Ads

Header ADS

“เราทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อผู้ยากไร้ได้อิ่มท้อง" : สกู๊ปสัมภาษณ์พิเศษ 2 นักธุรกิจ จิตอาสาเพื่อสังคม...


ท่านผู้อ่านคงคุ้นตากับภาพของ 2 นักจิตอาสา เค เยาวราช หรือ สมศักดิ์ ศรีเพชร และ กอล์ฟ ภูตะคา ชัยเชาวรัตน์ จากข่าวทางทีวีอยู่เนือง ๆ พร้อมด้วยนักจิตอาสาท่านอื่น ๆ ที่ทำความดีถวายฯ ในงาน “ทำเพื่อพ่อเป็นครั้งสุดท้าย” ที่ท้องสนามหลวง แม้กาลเวลาจะผ่านมาแล้วเป็นปี แต่ 2 นักจิตอาสาฯ ก็ยังไม่ทิ้งอุดมการณ์ ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ทำความดีกันต่อไป ล่าสุด 2 พี่น้องจิตอาสาก็ได้ไปร่วมกันแจกอาหาร เครื่องดื่ม ให้ประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างจังหวัดเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่หัวลำโพงอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย Times of Siam [www.timesofsiam.com] ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ 2 คู่หูร่วมอุดมการณ์ พร้อมสื่อออนไลน์อื่น ๆ ร่วมกับสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร เมื่อ 26 เมษายน 61 ที่ผ่านมา

ก่อนอื่น ขอเกริ่นด้วยประวัติของทั้งสองนักจิตอาสาย่อ ๆ ดังนี้

เค เยาวราช หรือ สมศักดิ์ ศรีเพชร เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2513 ที่จังหวัดเพชรบุรี บิดาชื่อ ประสาร มารดาชื่อ ปาน เป็นบุตรคนที่ 9 จากพี่น้องร่วมอุทร 12 คน เริ่มต้นการศึกษาในระดับชั้นประถมที่โรงเรียนวัดพระแท่นดงรัง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี จากนั้นได้ทำการศึกษาต่อที่กศน. อ.เมือง จ.นนทบุรี จนจบระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี การเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง อาชีพปัจจุบัน ค้าขายทองรูปพรรณ สถานะภาพสมรส โสด

ส่วน กอล์ฟ ภูตะคา ชัยเชาวรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2522 เริ่มต้นการศึกษาในระดับชั้นประถมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ จนจบมัธยมต้น จากนั้นได้ทำการศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จนจบระดับมัธยมปลาย และ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศาสตร์ คณะรัฐศาสาตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกอบอาชีพ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตำแหน่ง กรรมการบริษัท สิทธารมณ์ ลิฟวื่งโฮม จำกัด สถานะภาพสมรส โสด

ขออนุญาตเรียกทั้ง 2 นักจิตอาสาว่า 'เค เยาวราช' และ 'กอล์ฟ ภูตะคา' ในบทสัมภาษณ์ ต่อไปนี้

มีจุดพลิกผันในชีวิต หรือได้รับแรงบันดาลใจอะไร ถึงได้มาทำงานด้านจิตอาสา?

เค เยาวราช "ชีวิตผมไม่ได้สุขสบายเกิดมาในครอบครัวใหญ่ที่ยากจน มีพี่น้องถึง 12 คน ผมเป็นลูกคนที่ 9 ไม่ได้เรียนหนังสือ พ่อเป็นนักมวยเก่า ตอนเด็กจึงได้ยึดอาชีพนักมวย ซึ่งเป็นอาชีพของลูกผู้ชาย ตอนอายุได้ 9 ขวบ วันหนึ่งได้ไปชกมวยที่เวทีมวยสำโรง จ.สมุทรปราการ และถูกพี่เลี้ยงโกงเงินค่าต้ว จริงๆเขาคงไม่ได้ตั้งใจที่จะโกง แต่วันนั้นมวยแพ้ และเสียเดิมพันไปจนหมด เขาก็เลยหนีไป ผมเดินทางเพื่อกลับบ้าน มาถึงสนามหลวงเกือบ ๆ เที่ยงคืน รถโดยสารประจำทางหมดแล้ว ความเหนื่อยล้า กอปรกับขึ้นชกมวย รับอาวุธมาหลายขนาน ทำให้ต้องนอนหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็พบว่า มีข้าวกล่องหนึ่ง และเงิน 20 บาท วางไว้ ผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของคน ๆ นั้นที่ให้ในยามที่หิวโหย และไม่มีเงิน อีกทั้งในสมัยนั้นเงิน 20 บาท ก็ไม่ใช่น้อย ๆ ผมจึงตั้งปณิธานไว้ว่า โตขึ้น เมื่อผมมีเงิน ผมจะต้องให้แบบเดียวกับที่ผมได้รับ นั่นจึงเป็นที่มาของการที่ผมได้ทำการแจกอาหารให้กับประชาชนเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน"

กอล์ฟ ภูตะคา "ผมเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ ช่วงวัยรุ่นใช้ชีวิตอย่างโชกโชนทั้งกิน ทั้งเที่ยว จบมาก็บ้างาน ก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุถูกรถชน เมื่อรู้ว่าผมกลายเป็นคนพิการ เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต ผมรู้สึกท้อใจมาก ต้องใช้ระยะเวลาร่วม ๆ 1 ปี กับการทำใจ ที่ผ่านมาได้ก็เพราะได้เห็นในหลวงรัชการที่ 9 ที่ทรงดำเนินพระกรณียกิจ ด้วยการเสียสละ พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยกว่าพวกเราทุกคน ทำให้ผมคิดได้ว่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็ควรจะทำประโยชน์ให้กับสังคม จึงได้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาเพื่อสังคมอย่างเต็มตัวในช่วงงานพิธีถวายอาลัยและเคารพพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในหลวง รัชการที่ 9"

ได้มีการวางเป้าหมายสำหรับงานจิตอาสาในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง?

เค เยาวราช "ผมทำงานจิตอาสาฯ มานาน มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลากหลายอาชีพ ผมไปทุกที่ที่ประสบภัย ไปคนเดียวแต่ได้เพื่อนใหม่ ๆ ทุกอาชีพมาช่วยเสริมทีม ทั้งช่วยบริจาคเงิน และอาหารมาสมทบ ทำโดยไม่หวังผลตอบแทน ผมมีบุคคลต้นแบบหรือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยตลอด 70 ปี ที่ครองราชย์ ทรงเสียสละความสุขเพื่อประชาชนของพระองค์ ผมจึงขอเจริญรอยตามพ่อของแผ่นดิน ผมอยากตั้ง "ธนาคารบุญ" ที่ทุกคนสามารถทำความดีได้อย่างไม่สิ้นสุด ทำความดีโดยไม่ต้องรีรอ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมทำความดีร่วมกันเพื่อผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้"

กอล์ฟ ภูตะคา "ผมอยากให้ประเทศเรามี "อารยสถาปัตย์" ที่เอื้ออำนวยแก่คนพิการ เพราะสิ่งก่อสร้าง อาคารสาธารณะในบ้านเราไม่ได้ออกแบบมาให้คนพิการได้มีโอกาสใช้สอยได้เท่าคนปกติ ผมทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ที่ผมจะทำในอนาคต จะต้องจัดสรรพื้นที่อย่างน้อย 5 เปอร์เซ็นต์ของโครงการ ออกแบบ ทำบ้าน ทำสวนสาธารณะสำหรับคนพิการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกเขาสามารถใช้ชีวืตได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป"

2 คู่หู นักธุรกิจจิตอาสา ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานจิตอาสาไม่จำเป็นต้องลงมือทำด้วยเงินมากมาย แต่เราสามารถลงมือทำด้วยแรงกาย และแรงใจ ทำด้วยจิตบริสุทธิ์ ไม่ต้องกลัวคำครหานินทา ผลตอบแทนกลับมาจะมีค่าด้านจิตใจ เราจะเป็นสุขใจ เพราะการให้ไม่มีที่สิ้นสุด สังคมจะสงบสุข เกิดความรัก และสามัคคี ก็เพราะการให้ มีมากให้มาก มีน้อยก็ให้น้อย ช่วยกันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนที่ด้อยโอกาส ให้คนที่ขาดแคลน มีไม่พอได้อิ่มท้อง จะได้มีแรงกาย แรงใจ ให้ได้ต่อสู้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในสังคมต่อไป


ขอขอบคุณโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ที่เอื้อเฟื้อสถานที่

No comments

Powered by Blogger.