Header Ads

Header ADS

เอ็นไอเอชวนเปิดมุมมองใหม่กับประเทศไทยที่แตกต่างใน “เทศกาลนวัตกรรม” ครั้งแรกในไทย สัมผัสประสบการณ์กับสุดยอดนวัตกรรมฝีมือคนไทย และนวัตกรรมระดับโลก

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดงาน “INNOVATION THAILAND EXPO 2018” กับครั้งแรกของประเทศจัดงานในรูปแบบเทศกาลนวัตกรรม (Innovation Festival) เน้นยกระดับการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม มุ่งสร้างให้เกิดการรับรู้และให้เกิดการยอมรับในระดับสากล ถึงศักยภาพของประเทศไทยที่มีการพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว ตั้งเป้าผลักดันดัชนีนวัตกรรมขยับก้าวกระโดดต่อเนื่อง พร้อมเปิดเวทีประกาศผลรางวัลนวัตกรรมประจำปี 2561 วันที่ 4-7 ตุลาคม 2561 ที่ฮอลล์ 98 ไบเทค

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “ประเทศไทย 4.0 คือการขับปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปสู่ “Value–Based Economy” โดยต้องส่งเสริมภาคการผลิตให้ไปสู่การพัฒนาสินค้าเชิงนวัตกรรม ต้องขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ และยกระดับภาคบริการไปสู่งานบริการคุณค่าสูงที่อยู่บนฐานของความรู้และความเชี่ยวชาญ “นวัตกรรม” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน ซึ่งต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน คือ ยกระดับนวัตกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคธุรกิจ ภาคการเกษตร ภาคบริการ ภาคประชาสังคมและเครือข่ายทุกภาคส่วน นอกจากนี้ หนึ่งในเป้าหมายสำคัญเพื่อตอบโจทย์การปฏิรูปไปสู่ “ประเทศไทย 4.0” คือการผลักดันประเทศไทยให้ไปสู่การเป็น “ประเทศแห่งนวัตกรรม (Innovation Nation)” หรือประเทศที่พร้อมเติบโตควบคู่กับความเปลี่ยนแปลงและสามารถสร้างนวัตกรรมที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงได้ โดยต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งจากพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพพื้นฐานที่นำไปสู่โอกาสการพัฒนานวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเครื่องมือและกลไกสนับสนุน รวมถึงพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรม ที่นำไปสู่การเพิ่มจำนวนนวัตกรรมและผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบ และการส่งเสริมให้เกิดพลวัตการเติบโต เพื่อยกระดับศักยภาพทางนวัตกรรมทั้งในระดับบุคคล องค์กรและประเทศ ให้พร้อมเติบโตไปอย่างเข้มแข็ง และพร้อมสำหรับการสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต

ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า “งาน “INNOVATION THAILAND EXPO 2018” ภายใต้แนวคิดปีนี้มาในรูปแบบใหม่ที่เรียก “เทศกาลนวัตกรรม” ที่จะมาพร้อมกับกิจกรรมที่หลากหลายและสนุกสนานแบบเฟสติวัล ตลอดการเข้าชมงาน FAIR : งานแสดงนวัตกรรม...ที่ยิ่งใหญ่สุดครั้งเดียวในรอบปี FIN : เปิดธุรกิจนวัตกรรมกับบริการของภาครัฐ...โอกาสใหม่ในอนาคต และ FUN : สนุกสนานกับประสบการณ์หลากหลายนวัตกรรม...ที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนของประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสถาบันการศึกษา ตั้งแต่การให้ทุนวิจัย การพัฒนาทุนมนุษย์และงานวิจัย การใช้ประโยชน์งานวิจัย การสร้างสรรค์นวัตกรรม ร่วมกันผนึกกำลังนำเสนอผลงานนวัตกรรมระดับประเทศ เพื่อสร้างความชัดเจนของประเทศไทยที่มีการพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว”

ดร. พันธุ์อาจ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ภายในงานประกอบด้วย โซนนิทรรศการ 7 โซน – การเทิดพระเกียรติ โซน “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” ที่นำเสนอโครงการแกล้งดิน และศาสตร์แห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนโซน “นวัตกรรมประเทศไทย” จะมาพร้อมกับ 80 ผลงานนวัตกรรมจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น (1. อุตสาหกรรม 2. สุขภาพ 3. ท่องเที่ยว 4. ไมซ์ 5. อาหาร 6. เกษตร 7. การศึกษา 8. การเงิน 9. บิสิเนสโซลูชั่น และ10. ไลฟ์สไตล์) และ 8 โครงการเด่น (1. ย่านนวัตกรรม 2. ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี 3. ย่านนวัตกรรมปุณวิถี 4. เชิงพื้นที่ 5. ย่านสร้างสรรค์ 6. เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 7. อินโนฮับ 8. สตาร์ทอัพ) และ 15 หน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพภายใต้ โซน “รางวัลนวัตกรรม (Innovation Award)” กับ 126 ผลงานนวัตกรรมยอดเยี่ยมโซน “อาชีพในศตวรรษที่ 21” เสนอทิศทางของอาชีพในอนาคต พร้อมฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ โซน “องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise)” โดย 20 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่นำนวัตกรรมไปพัฒนาและขับเคลื่อนองค์กร โซน “International Innovation” โชว์ผลงานนวัตกรรมระดับประเทศจาก 6 ประเทศ 21 องค์กร เช่น เกาหลีใต้ โปแลนด์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น อิสลาเอล มาเลเซีย และโซนผู้สนับสนุน และเพื่อตอกย้ำความเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมภายในงานยังมีการจัดสัมมนาระดับนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมจาก 50 วิทยากรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ใน 3 ธีมหลัก ได้แก่ 1) ASIAN Innovation Leadership Forum มีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้บริหารระดับสูง 2) Government Transformation Forum มีกลุ่มเป้าหมายเป็น หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และ 3) Future Business Forum มีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม องค์กรขนาดใหญ่ และนักวิชาการในสถาบันการศึกษา รวมไปถึงเวทีไลฟ์สดของรายการ Shark Tank Thailand ซึ่งจะมาเปิดให้ชมบรรยากาศการถ่ายทำรายการจริงครั้งแรกของโลก”

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการลงนามควมมร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อร่วมกับขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ประเทศนวัตกรรม บันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม: กรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อการสร้างมูลค่า และเอื้อต่อการสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติ เน้นพัฒนานวัตกรรมการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา โดยการร่วมกันใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาในการวิเคราะห์และระบุแนวโน้มการพัฒนานวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมของไทย และเผยแพร่ผลการวิเคราะห์ไปยังผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศตามนโยบายของรัฐบาลรวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอื่นที่เกี่ยวข้องในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานการทูตนวัตกรรม และการส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก: กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อร่วมมือกันในการดำเนินงานการทูตนวัตกรรม และการส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมมือกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สนช. จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการในการพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรม และให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมทั้งด้านสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก ตามนโยบาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ว่าด้วยการพัฒนาและสนับสนุนโครงการนวัตกรรมของ สนช. ส่วน กต. จะเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมให้แก่ผู้ประกอบการนวัตกรรมที่ได้รับการส่งเสริมและการพัฒนาจาก สนช.และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาระบบนวัตกรรมแห่งชาติและระบบนิเวศนวัตกรรมบนฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CREATIVE ECONOMY): สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation System) และระบบนิเวศที่สนับสนุนให้เกิดระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CREATIVE ECONOMY) อย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการผ่านการให้องค์ความรู้ทางด้านนวัตกรรมและการออกแบบ และพัฒนานวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงพื้นที่ โดยพัฒนาแผนและผังของย่านนวัตกรรมและย่านสร้างสรรค์ร่วมกันบนพื้นที่ต้นแบบ คลองสาน - เจริญกรุง เพื่อให้เป็นย่านที่มีศักยภาพของสินทรัพย์ครบ 3 ด้าน คือ ด้านเครือข่าย ด้านเศรษฐกิจและด้านกายภาพ และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup): องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง Hong Kong Trade Development Council (HKTDC) เพื่อร่วมมือกันในการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการนวัตกรรม โดยการสนับสนุนธุรกิจ SME และ Startup ของไทยและฮ่องกง ด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการค้าที่จะช่วยเสริมให้เกิดการต่อยอดทางเศรษฐกิจสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้แข็งแกร่งมากขึ้น ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งในเรื่องการจัดงาน นิทรรศการ สัมมนา การประชุมต่างๆ โครงการ HUAWEI CLOUD Thailand Startup Acceleration Program: บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยครอบคลุมระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายน 2561 ถึงเมษายน 2562 นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ บนคลาวด์ของหัวเว่ยแล้ว บริษัทยังจะให้การสนับสนุนทั้งในด้านการให้คำปรึกษา การทำตลาดและการบริหาร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การฝึกอบรมความรู้ด้านบริการคลาวด์ การเข้าร่วมเวิร์คช้อปด้านเทคนิคหรือกิจกรรมด้านนวัตกรรมต่าง ๆ รวมถึงโอกาสการขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ประเทศจีน ตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก และการเข้าร่วมเป็นคู่ค้าธุรกิจร่วมกับหัวเว่ยอีกด้วย”

วันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันนวัตกรรมแห่งชาติ” จึงมีการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพอดุลยเดช “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” โดยในปีนี้มีรางวัลนวัตกรรม จำนวน 10 รางวัล ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย รางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม รางวัล Startup of the year รางวัลองค์กรนวัตกรรมยอดเยี่ยม รางวัล UAV startup รางวัลแผนธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคม และรางวัลนวัตกรรมสื่อ รวม 126 ผลงาน

งานในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของประเทศเกิดการตื่นตัวในการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมและความเป็นผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรม ตั้งแต่กลุ่มเยาวชน สตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ ภาครัฐ ผู้บริหาร และประชาชนทั่วไป จากการเข้ามารับบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานรัฐ ศึกษาแนวทางการสร้างธุรกิจนวัตกรรม ศึกษาแนวโน้มธุรกิจนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ไม่ควรพลาดกับเทศกาลนวัตกรรม งาน INNOVATION THAILAND EXPO 2018 ระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม นี้ ที่ฮอลล์ 98 ไบเทค บางนา

No comments

Powered by Blogger.