Header Ads

Header ADS

ดร.จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ นักธุรกิจคนรุ่นใหม่กับวิสัยทัศน์และอนาคตทางการเมือง

จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ หรือ ดร.อ้วน ที่สื่อออนไลน์คุ้นเคย นักบริหารหนุ่มอนาคตไกล ตัวเขาเองนั้นเป็นหลานชายของ นายสำเภา ประจวบเหมาะ อดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 9 สมัย ที่ผ่านมา จักรพันธ์ ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดชนิดหาตัวจับยาก มีธุรกิจหลายอย่างเช่น นักลงทุนด้านหุ้น ขายอุปกรณ์ไอที ปั๊มน้ำมัน แฟรนไชส์ ซื้อขายรถจักรยานยนต์มือสอง มีบ้านหรูหลังโต จนสร้างฐานะรายได้ถึงระดับพันล้าน มีโกดังสะสมรถซูเปอร์คาร์ จนเป็นที่จับตามอง พร้อมขนานนามฉายาให้ว่า 'Mr.พันล้าน' หรือ 'พ่อมดน้อยการเงิน'

โดย ดร.อ้วน ได้แสดงทัศนคติให้ความเห็นเรื่องการเลือกตั้ง สส. 2562 ครั้งนี้ว่า "ผมเป็นคนพื้นที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตระกูลเก่าแก่ เกิดและโตที่นี้ครอบครัวผมก็อยู่ที่นี้ เป็นทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ รู้สึกผูกพันธ์ที่นี้จึงไม่ได้ย้ายสำมะโนฯ ไปที่ใหน วันนี้มีโอกาสดีก็ขอมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. เข้าสภา มาทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองต่อไป

สำหรับการเลือกตั้งสส. 62 นี้ผมมีความเห็นว่า ครั้งนี้ประชาชนตื่นตัวและให้ความสนใจมากกว่าทุกครั้ง ขนาดเลือกตั้งล่วงหน้ายังต้องเข้าคิวยาว การเลือกตั้งในยุคสมัยนี้แม้แต่เด็กวัยรุ่นก็ยังสนใจกันมาก และยังมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกับยุค 4.0 ที่อินเตอร์เน็ตและสื่ออนไลน์โดยเฉพาะสื่อโซเชี่ยลเข้าถึงได้กับทุกคน การเลือกตั้งก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ตัวผมเองก็ยังได้รับการการทาบทามให้ลงสมัครสส. แต่ผมยังไม่พร้อม เพราะยังต้องการสานต่อธุรกิจให้ดีที่สุดก่อน อยากทำให้เต็มที่ก่อนพร้อมเมื่อไหร่ก็จะสนามเลือกตั้งทันที อีกอย่างอายุก็ยังน้อยจึงยังไม่รีบร้อนลงสู่สนามการเมือง เพราะอายุเพิ่งจะ 36 ปีเท่านั้น แต่คิดว่าในอนาคตในการเลือกตั้งคราวหน้า คงจะได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสวงการการเมือง รับใช้ประเทศชาติเหมือนกัน ก็สนใจอยู่หลายพรรคการเมืองที่มีนโยบายดี อยากให้ขจัดปัญหาความแตกร้าวในสังคมในอดีต

ดร.จักรพันธ์ ยังให้สัมภาษณ์ต่ออีกว่า "ผมจะขอรอดูและติดตามคณะรัฐบาลและผู้นำคนใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศชาติให้สงบสุขและหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่าเดิม จากพรรคการเมืองครั้งนี้แม้จะมีหลายขั้ว ทั้งแบบเก่าแก่เลยหรือคนรุ่นใหม่ ก็เป็นทางเลือกที่ดีให้ประชาชน บางท่านก็มีประสบการณ์จากการเป็นนักบริหารธุรกิจมาก่อนจะได้เปรียบอย่าง คุณ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อยากให้เข้ามาบริหารประเทศเช่นกัน เพราะจากประสบการณ์การเป็นนักบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่มาก่อน และยังประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ คนที่มีกลยุทธ์ทางการตลาดเข้าถึงทุกวงการจะได้เปรียบ แม้แต่ป้ายหาเสียงแบบใหญ่ ๆ ก็จะค่อย ๆ หดหายไป ผู้สมัครหันมาใช้สื่อโชเชียลมากขึ้น เพราะเข้าถึงง่ายและรวดเร็ว"

ส่วนมุมมองเรื่องการหาเสียงและการใช้สื่อฯ ทางการเมืองในอนาคตที่ตัวเขาสนใจจะลงสนามเลือกตั้งนั้น คาดว่า แนวทางในการโฆษณาหาเสียงนั้น จะมีแนวโน้มที่ผู้คนจะหันมาใช้สื่อออนไลน์มากขึ้นเพื่อให้ทันยุคสมัย ไม่แน่อาจจะสังกัดพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี ทั้งนี้ก็อยู่กับว่าผู้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพจะชวนมาจัดตั้งพรรคเอง หรือเลือกสังกัดพรรคที่มีอยู่แล้ว จะตัดสินใจอีกที ขอรอดูสถารการณ์บ้านเมืองก่อน

ด้านมุมมองสำหรับคนรุ่นใหม่ต่อการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกสำหรับยุคออนไลน์ วัยรุ่นคนรุ่นใหม่จะสนใจและตื่นตัวมากขึ้น พวกเขาจะชอบอะไรใหม่ ๆ ที่พวกเขาเติบโตมาและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี่ทั้งสื่อโซเชียลต่าง ๆ ทุกช่องทาง

นอกจากนี้ ดร.จักรพันธ์ ยังมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนทุกวงการอาชีพต่างก็ตื่นตัวมากขึ้น สนใจมากขึ้นเพราะพวกเขารอคอยมานานอยากเลือกตั้ง และคาดว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธ์มากขึ้นกว่าครั้งก่อน ๆ นอกจากนี้ยังอยากให้รัฐบาลชุดใหม่อยู่ให้ครบเทอม อยากให้มีเสถียรภาพ เพราะจะได้มีนักลงทุนกล้ามาลงทุน เศรษฐกิจจะได้เติบโต เพราะการเมืองมีความมั่นคง จะได้เดินหน้าต่อไป เศรษบกิจดีทุกอย่างก็จะดีตามไปด้วย

คาดว่าจะลงสมัครเลือกตั้งเป็น สส. แน่คราวหน้า กับการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่มีอุดมคติ พร้อมมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่พร้อมจะบริหารประเทศได้ทันที พร้อมนำเทคโนโลยี่มาใช้กับคนรุ่นใหม่ ในการบริหารประเทศ พร้อมลงเลือกตั้งแต่ต้องต้องดูสถานการณ์บ้านเมืองและความพร้อมของตัวเองอีกด้วย ในชีวิตจริงแม้จะไม่ได้ทำงานด้านการเมืองแต่ก็ยังช่วยเหลือสังคมอยู่ ยังทำงานด้านจิตอาสาเพื่อคนยากจนทั้งการบริจาค การสร้างโรงเรียนในถิ่นธุรกันดารในรูปแบบงาน CSR ของบริษัทฯ

ก่อนจบการให้สัมภาษณ์ ดร.จักรพันธ์ ยังฝากถึงคณะรัฐบาลชุดใหม่ "ขอให้ลดความขัดแย้ง พร้อมทำงานพัฒนาประเทศชาติอย่างเต็มที่ ประเทศชาติต้องเดินหน้าไม่ควรมีสีเสื้อ ควรมีความสามัคคีกันไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก ขอให้ยึดส่วนรวมประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ออกมาประท้วงปิดถนนเหมือนอย่างในอดีต อยากเห็นประเทศไทยพัฒนาไปไกลกว่านี้ ตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่เจริญรุดหน้าเพราะความสามัคคีและผู้นำมีวิสัยทัศน์ที่ดี และผมก็ขอแสดงความยินดีกับพรรคการเมืองที่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอให้บริหารประเทศอย่างเต็มที่ ทำเพื่อประเทศชาติ บ้านเมืองเราจะได้เดินหน้าต่อไปขอบคุณครับ"




No comments

Powered by Blogger.