สืบนครบาล 7 จับขบวนการใหญ่ ขนไอซ์ 1.11 ตัน ชายแดนอีสาน สู่ กทม.-ปริมณฑล
สืบนครบาล 7 ตัดวงจรการขนลำเลียงยาไอซ์ 1.11 ตัน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ
พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง
ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย
ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในสังกัด
ดำเนินการกวาดล้างปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดที่เป็นต้นเหตุการณ์แพร่กระจายไปยังประชาชน
ในทุกชุมชน
กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม
ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., จึงได้สั่งการและกำหนดแนวทางการปฏิบัติ
โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการกวาดล้างพร้อมขยายผลดำเนินการไปยังผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่
เพื่อดำเนินการสืบสวนจับกุม และดำเนินการยึดทรัพย์โดยเด็ดขาด
กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 โดย พล.ต.ต.ชัยยะ
เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7, พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7
จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7, พ.ต.ท.อัครเดช พรมโพธิ์, พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล, พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย รอง
ผกก.สส.บก.น.7, พ.ต.ท.ศุภชัย สงวนสิทธิ์
สว.กก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7
ได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่และขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ครั้งนี้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว
จนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดไว้ได้ ดังนี้
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 เวลา 02.10 น.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัว
นายเเดนชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี
ผู้ต้องหาที่ 1
นายภสณณ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาที่
2
นายสุขเศกฉันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี
ผู้ต้องหาที่ 3
พร้อมด้วยของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์)
น้ำหนักประมาณ 1,110 กิโลกรัม
2. รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ
คันหมายเลขทะเบียน 3กย 63xx
กทม.
3. รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว
คันหมายเลขทะเบียน 3ขษ 74xx
กทม.
4. รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว
คันหมายเลขทะเบียน 5ขฮ 93xx
กทม.
สถานที่จับกุม บริเวณภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.
สาขามัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น
ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1
(เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม
ได้ทำการสืบทราบมาว่า มีกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งจะใช้รถยนต์ในการขนลำเลียงยาเสพติด
โดยใช้รถในขบวนประมาณ 4-5 คัน มีพฤติกรรมขับรถในลักษณะรถนำ รถตาม เป็นขบวน
ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวได้ทำการขนลำเลียงยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย จนกระทั่งวันที่จับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ทราบมาว่า
กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว
จะมีการขนลำเลียงยาเสพติดในเขตพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วนำมาพักเก็บ
และคอยกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกติดตามกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว โดยพบว่า
กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวมีการใช้รถยนต์จำนวนหลายคัน ซึ่งจากการติดตามพบว่า
รถแต่ละคันนั้นมีน้ำหนักที่มากผิดปกติ และขับรถเป็นขบวน
มีรถคอยขับนำสำรวจเส้นทาง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามมาถึงสถานที่จับกุม
จากนั้นจึงได้เข้าแสดงตัวและขอทำการตรวจค้น
โดยก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธ์ใจให้ผู้ต้องหาดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้ทำการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ตามรายการของกลางดังกล่าวข้างต้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า ได้กระทำความผิดฐาน
ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์)
โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ
หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป แจ้งสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทราบ
ผู้ต้องหาทราบและเข้าใจแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลาง นำไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.มัญจาคีรี
จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปทำบันทึกจับกุมและขยายผลที่
กก.สส.บก.น.7 และจะนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทีมข่าวอาชญากรรม..รายงาน












ไม่มีความคิดเห็น