ผู้การ น.9 - สน.เพชรเกษม แถลงผลจับแก็งค์ลักรถ จยย. กล้องวงจรปิดช่วยตำรวจจับ ก่อเหตุโชกโชน ฝั่งธนบุรี-นนทบุรี ของกลางเพียบ
กองบังคับการตํารวจนครบาล 9 พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.สุธี พรหมมาลี พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.สน.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.9 ขับเคลื่อนนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และ บก.น.9 หากเกิดเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ให้รีบดําเนินการสืบสวนเพื่อจับกุมตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่หน่วยงาน
สถานีตํารวจนครบาลเพชรเกษม พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท. วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม ชุดสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา
1. นาย ภ..(นามสมมุติ) อายุ 19 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1) ที่อยู่ 23 หมู่9
ตําบลโคกสว่าง อําเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
2.
นาย ต. (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2) ที่อยู่ 26/4 หมู่ที่6
ตําบลลาดยาว อําเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
3. นาย ป. (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี (ผู้ต้องหาที่ 3) ที่อยู่ 114 ซ.กาญจนาภิเษก005 แขวงหลักสอง
เขตบางแค จังหวัดกรุงเทพฯ
ตรวจยึดของกลางและพยานหลักฐานจำนวนมาก รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ รถจักรยานนยนต์ของผู้เสียหาย เบ้ารถจักรยานยนต์ กุญแจรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ 14 ดอก ชิ้นส่วนรถจักรยายนต์จําพวกตะกร้าหน้ารถ เหล็กกันลาย หมวกนิรภัย อุปกรณ์ที่ใช้ลักรถจักรยานยนต์จําพวกเหล็กปีกเครื่องบิน เหล็กตัวที แผ่นป้ายทะเบียนรถของกลาง 10 แผ่น และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ใช้ในการกระทําผิด รวมจำนวน 49 รายการ โดยมีผู้เสียหายร่วมชี้ตัวผู้ก่อเหตุ ของกลาง และรับรถคืน
โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิดและการพาทรัพย์นั้นไป จับกุมผู้ต้องหาที่บ้านเลขที่ 766 (ซ.14) ซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 10.00 น.
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนทําการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้เกิดเหตุคนร้ายร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียงจํานวนหลายคัน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้สั่งการให้ติดตามคนร้ายมาดําเนินคดีให้เร็วที่สุด จากนั้นจึงได้ร่วมกันวางแผนติดตามคนร้ายโดยการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนร้ายในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ติดตามตัวคนร้ายโดยไล่ตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับตัวคนร้าย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า หลังจากคนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์เสร็จเรียบร้อย คนร้ายจะหลบหนีไปอยู่แถวหมู่บ้านพระปิ่น 5 (เอกชัย 109) แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพฯ จึงได้เฝ้าซุ่มดูและติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติ่ม เพื่อดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 30 มิ.ย.2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ได้มีนาย ภ. ผู้ต้องหาที่ 1 (ทราบชื่อภายหลัง) ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน 1 ฆณ 3518 กรุงเทพฯ (ใช้ในการกระทําความผิด) ขับมาบริเวณที่กําลังซุ่มดูอยู่ มีตําหนิรูปพรรณของยานพาหนะตรงกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุ จึงได้เข้าแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ตํารวจพร้อมแสดงบัตรประจําตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจให้ดู และตรวจดูภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะที่ร่วมกันก่อเหตุให้ดู นาย ภ.รับว่าเป็นตนเองจริง และรับว่าได้ร่วมกันก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์มาหลายครั้งจริง ซึ่งหลังจากลักรถจักรยานยนต์มาได้แล้ว ตนจะทําหน้าที่ขับรถมาไว้ที่ห้องเช่าของตน จากนั้นนาย ต. ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุจะเป็นคนติดต่อกับคนที่รับซื้อรถและจะมีรถ ขนส่งซึ่งทางคนรับซื้อส่งมารับที่บ้านของตน โดยก่อนที่จะส่งรถคันดังกล่าว ตนจะเป็นคนเปลี่ยนเบ้ากุญแจรถก่อน
จากนั้นมีการพิมพ์สําเนาบัตรประชาชนและสําเนาทะเบียนรถ
ซึ่งทางนาย ต. จะเป็นคนส่งมาให้และส่งมอบไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ที่ขนส่งจะมารับ จากนั้นได้นําเจ้าหน้าที่ตํารวจเข้าตรวจสอบภายในบ้านเช่าของตนเอง
และนําตรวจค้น ซึ่งปรากฎว่าพบของกลางรถจักรยานยนต์รุ่นเวฟ
(ของกลางลําดับที่ 2) อยู่ในบ้านเช่าของตน
สอบถามรับว่าตนและนาย ต. เพิ่งไปลักมาจากแถวพระราม 5 (ท้องที่ สภ.ปลายบาง)
และกําลังจะส่งให้กับขนส่งที่จะมารับ
พร้อมทั้งได้จัดพิมพ์เอกสารประจํารถเรียบร้อย
(สําเนาจดทะเบียน และบัตรประจําตัวประชาชนเจ้าของรถ นอกจากนี้ยังตรวจพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการลักรถ ทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่เคยลักมา ชิ้นส่วนประกอบ เช่น ตะกร้า เบ้ากุญแจรถ กุญแจรถ จยย. หมวกนิรภัย และเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ขณะก่อเหตุ (รายละเอียดปรากฎตามบันทึกที่แนบมาท้ายนี้ และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกจับกุม)
จากนั้นได้สอบถามถึงตัวนาย ต. ซึ่งปรากฎในภาพวงจรปิด นาย ภ. หลังก่อเหตุเสร็จ นาย ต. ไปพักอยู่แถวซอยภาษีเจริญ 58 แขวงบางด้วน
เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ จากนั้นจึงได้นําเจ้าหน้าที่ตํารวจไปหานาย ต. ที่บริเวณดังกล่าว เมื่อไปพบนาย ต. ผู้ต้องหาที่ 2 (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลัง)
อยู่ที่ห้องเช่าภายในซอยดังกล่าว เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ตํารวจได้แสดงอาการพิรุธต้องสงสัย
จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจพร้อมแสดงบัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ตํารวจให้ดู
โดยก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว
ยินยอมให้ตรวจค้น ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อได้ให้ดูภาพถ่ายวงปิดขณะที่ได้ร่วมกันก่อเหตุให้ดู
รับว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุจริง โดยตนจะเป็นคนใช้เหล็กปีกเครื่องบิน (ยึดได้จากบ้านเช่าของผู้ต้องหาที่
1) เพื่อลักรถจักรยานยนต์ดังกล่าว ซึ่งนอกจากได้ร่วมกันกับนาย
ภ. ผู้ต้องหาที่ 1 แล้วบางครั้งยังร่วมกันกับ
อนึ่งจากการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวเนื่องจากมีภาพวงจรปิด และมีป้ายทะเบียนรถ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่ตรวจพบในความครอบครองผู้ต้องหาเป็นจํานวนมาก จึงได้สืบสวนขยายผลการก่อเหตุในครั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสามได้รับว่าได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หลายท้องที่ประมาณ 20 ครั้ง ทั้งฝั่งธนบุรี และ จ.นนทบุรี
จากการตรวจสอบประวัติทราบว่ าผู้ต้องหาที่ 2 เคยถูกจับกุมคดีลักรถจักรยานยนต์ในท้องที่ สน.บางกอกน้อย และ สภ.เมืองสมุทรสาคร ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 มีประวัติการกระทําความผิดเกี่ยวกับจําหน่ายยาเสพติด
หากประชาชนท่านใด พบเห็น
หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทําความผิดหรือพบเหตุร้าย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สถานีตํารวจนครบาลเพชรเกษม กองบังคับการตํารวจนครบาล 9 โทร 02-41718 หรือโทรศัพท์สายด่วน 191
ทีมข่าวอาชญากรรม...รายงาน














ไม่มีความคิดเห็น