“นพศิลป์” ผบช.สตม. คนใหม่..กก.สส.บก.ตม.3 จับเกาหลีใต้ อดีตโค้ชฟุตบอลสโมสรชื่อดัง ตุ๋นเชิดเงินหนีกว่า 20 ปี
“นพศิลป์” สั่ง ตม.
กวาดล้างต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง รวบหนุ่มใหญ่เกาหลี อดีตโค้ชฟุตบอลสโมสรชื่อดัง
ตุ๋นนักฟุตบอลวิ่งเต้น หวังติดทีมใหญ่ ก่อนเชิดเงินหนีไปกว่า 20 ปี
จ่อขยายผลผู้เสียหายในไทย
วันที่ 1 ต.ค.69 เวลา 12.00 น. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. เปิดเผยว่า ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบและขยายผลบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่หลบหนีคดีจากต่างประเทศและเข้ามาแฝงตัวในประเทศไทย
จึงได้สั่งการให้ บก.ตม.3 เร่งสืบสวนติดตาม กระทั่ง กก.สส.บก.ตม.3 สามารถจับกุม Mr. LEE (สงวนนามสกุล) สัญชาติเกาหลีใต้ บุคคลตามหมายจับศาลแขวงโซลเหนือ (Seoul Northern District Court) สาธารณรัฐเกาหลี ในข้อหาฉ้อโกง (Fraud) หลังหลบหนีออกนอกประเทศมานานกว่า 20 ปี
คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทูตตำรวจเกาหลีประจำประเทศไทย ประสานข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ ตม. ก่อนชุดสืบสวน ตรวจสอบจนพบตัว Mr. LEE JAE IL อายุ 58 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ จากการตรวจสอบพบว่าเดิมคนร้ายเป็นโค้ชฟุตบอลโรงเรียนมัธยมในเกาหลีใต้ และยังเคยมีผลงานทำทีมกับสโมสรชื่อดังในไทยหลายแห่ง แต่มีพฤติการณ์ถูกกล่าวหาว่าหลอกผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้วจำนวนทั้งสิ้น 6 ราย ว่าสามารถช่วยฝากหรือส่งตัวเข้าสังกัดสโมสรฟุตบอลในเกาหลีใต้ แลกกับเงิน 10 ล้านวอน หรือ 250,000 บาท ก่อนหลบหนีนอกประเทศตั้งแต่ปี 2547 เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต (หลบหนีเข้าเมือง)” พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลว่า ภายหลังเข้ามาในประเทศไทยยังคงมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันกับสโมสรฟุตบอลในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างขยายผลและประสานผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติม หากพบว่าเคยตกเป็นเหยื่อคนร้ายรายดังกล่าว
พล.ต.ท.นพศิลป์ฯ กล่าวอีกว่า สตม.
มีสถิติการปฏิเสธบุคคลต่างชาติไม่ให้เข้ามาในราชอาณาจักรตั้งแต่ 1 ต.ค.68
ถึงปัจจุบัน จำนวน 81,000 ราย เฉลี่ยเดือนละเกือบ 7,000 ราย
เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 12 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ “เป็นมิติใหม่ของ
สตม. ที่จะนำงานสืบสวนมาใช้ในการคัดกรองคนต่างชาติ คัดกรองคนดี
คนไม่ดีไม่ต้องให้เข้ามา” ทั้งนี้ขอย้ำว่าเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญฯ ผบ.ตร. ที่ได้กำชับให้
สตม.เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย
และให้ขยายผลตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด
โดยเฉพาะบุคคลที่อาจมีหมายจับหรือมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ
ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทย
เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
หากพบเบาะแสบุคคลหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย
สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือที่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
โทรศัพท์: ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่
เว็บไซต์: www.immigration.go.th
ทีมข่าวอาชญากรรม..รายงาน



ไม่มีความคิดเห็น